NGK Spark Plug Co., Ltd. หรือ Niterra Co., Ltd. เป็นบริษัทที่มีส่วนแบ่งตลาดด้านหัวเทียน NGK, เซ็นเซอร์ออกซิเจนสำหรับรถยนต์ และเครื่องมือตัดเซรามิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประวัติและผลการใช้ Asprova เพื่อปฏิรูปกระบวนการผลิตทั่วโลกในด้านการผลิตเซ็นเซอร์
ในแผนกธุรกิจของ Niterra Co., Ltd. ได้ใช้โปรแกรม Asprova ในการวางแผนตารางการผลิตเซ็นเซอร์ต่าง ๆ สำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์
ระบบ Asprova เปิดตัวครั้งแรกในโรงงานในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2010 ก่อนจะพัฒนารูปแบบการใช้งานขยายสู่ต่างประเทศ (Overseas Deployment Model) บนมาตรฐานที่ใช้งานในประเทศญี่ปุ่น จากนั้นได้ขยายไปยังโรงงานที่ประเทศจีนในปี 2013 และโรงงานในประเทศไทยในปี 2014 จนกระทั้งปี 2024 บริษัทในเครือได้ติดตั้ง Asprova มากกว่า 20 แห่ง

กก่อนการนำ Asprova มาใช้ มีปัญหาด้านใดบ้าง?
ก่อนหน้านี้ บริษัทใช้ Macro Excel เพื่อจัดทำแผนการผลิต แต่พบปัญหาสำคัญ 3 ประการ คือ
1. การประมวลผลช้า
2. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มคำสั่งซื้อจำนวนมาก การปรับแก้ข้อมูลใช้เวลานานและซับซ้อน
3. รอบการวางแผนทำได้แค่ในระดับรายเดือน และความละเอียดของแผนจำกัดแค่ระดับรายวัน
เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ บริษัทจึงตัดสินใจนำระบบวางแผนการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงเข้ามาใช้งาน เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการการผลิตในแผนกเซ็นเซอร์
เหตุผลที่เลือกใช้ Asprova คืออะไร?
1. ความสามารถในการวางแผนอย่างละเอียดในระดับวินาที
2. ส่วนแบ่งการตลาดสูงและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง
3. มีประสบการณ์มากมายในการเชื่อมต่อกับระบบ ERP (เช่น SAP ECC)
4. รองรับการใช้งานหลายภาษา ทำให้สามารถขยายการใช้งานไปยังโรงงานในต่างประเทศได้
ผลลัพธ์ที่ได้จากการนำ Asprova มาใช้คืออะไร?
1. ลดระยะเวลาในการวางแผน และลดปริมาณสินค้าคงคลัง
2. สามารถมองเห็นจุดด้อยที่ควรปรับปรุงได้ดียิ่งขึ้น
3. ลดจำนวนล็อตในการขนส่งผลิตภัณฑ์ระหว่างกระบวนการผลิต
4. พนักงานมีทักษะใหม่ๆ เกี่ยวกับการวางแผนการผลิต
เพราะเหตุใดจึงตั้งเป้าหมายที่จะขยาย Asprova ไปยัง 3 ประเทศ ตั้งแต่เริ่มต้น?
เป้าหมายหลักของการทำให้วิธีการบริหารการผลิตเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ได้แก่
1. ทำให้สามารถถ่ายทอดแนวทางการปรับปรุงที่พัฒนาขึ้นในโรงงานประเทศหนึ่งไปยังโรงงานในประเทศอื่นได้ง่ายขึ้น
2. ทำให้ดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการผลิต (KPI) เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก
3. เมื่อมีมาตรฐานชัดเจนระดับโลก ทั้งฝ่ายประเมินและฝ่ายที่ถูกประเมินจะมีความเข้าใจตรงกันและยอมรับได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ ในการขยาย Asprova ไปยังจีนและไทย ก็มีความท้าทายที่เกิดจากความแตกต่างของอุปกรณ์ สภาพแวดล้อม และวัฒนธรรม
เจอกับปัญหาอุปสรรคที่เฉพาะเจาะจงอะไรบ้าง?
ดังนั้น จึงสามารถย้ายกรณีตัวอย่างในประเทศได้ค่อนข้างราบรื่น
ต่อมาสำหรับโรงงานในไทย เนื่องจาก Asprova ถูกนำมาใช้ในโรงงานที่ดำเนินการอยู่แล้ว จึงมีการเปลี่ยนแปลงระบบและการดำเนินการ และต้องใช้เวลาสักพักจึงจะคุ้นเคยกับมันได้ เราส่งนักวางแผนการผลิตไปฝึกอบรมที่ญี่ปุ่น แต่ปัญหาเรื่องภาษาอาจทำให้เป็นอุปสรรค อย่างไรก็ตาม โรงงานในไทยเข้าใจดีถึงความจำเป็นของการวางแผนการผลิตตั้งแต่เริ่มต้น และยังมีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก ดังนั้น เมื่อพวกเขาคุ้นเคยกับวิธีการใหม่แล้ว พวกเขาจึงสามารถบรรลุผลสำเร็จ เช่น การลดระยะเวลาดำเนินการในระยะเวลาอันสั้น
มีคำแนะนำใดๆ สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาการใช้ Asprova หรือไม่?



